หลังจากเหตุการณ์ชนท้ายผ่านพ้นไป ความตื่นเต้นจบลง แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือ “ร่องรอยความเสียหาย” บนหน้ารถลูกรักของคุณ กันชนบุบ ไฟหน้าแตก ฝากระโปรงหน้าดุ้ง เห็นแล้วปวดใจใช่ไหมครับ หลายคนกังวลว่า “ซ่อมแล้วจะเหมือนเดิมไหม” , “ต้องรอนานแค่ไหน” , “จะโดนย้อมแมวอะไหล่หรือเปล่า” วันนี้ผมจะพาไปดูขั้นตอนการพารถเข้าซ่อมฉบับ ประกันชั้น 1 ที่จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่า รถของคุณจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดครับ
รู้หรือไม่ครับว่า สิทธิพิเศษของคนถือ ประกันชั้น 1 คือการเลือกมาตรฐานการซ่อมที่ดีที่สุดได้ (ตามแผนที่คุณซื้อไว้) ไม่ว่าจะเป็น “ซ่อมห้าง” ที่การันตีอะไหล่แท้แกะกล่องและงานสีมาตรฐานโรงงาน หรือ “ซ่อมอู่มาตรฐาน” ที่คัดสรรมาแล้วว่าฝีมือเยี่ยมและซ่อมไว สิ่งสำคัญคือคุณต้องเข้าใจ “Flow” การทำงานของอู่ เพื่อจะได้เตรียมตัวถูก ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งไปวิ่งมาเรื่องเอกสารและได้รับรถคืนเร็วขึ้นครับ
คุณคงอยากให้รถกลับมาเงางามเหมือนเพิ่งถอยออกจากโชว์รูมใช่ไหมครับ การเตรียมตัวที่ดีช่วยคุณได้ เพียงแค่คุณเตรียมเอกสารให้พร้อมตั้งแต่วันแรกที่เข้าอู่ อู่ก็จะสามารถส่งเรื่องคุมราคาและสั่งอะไหล่ได้ทันที ไม่ต้องรออนุมัตินาน ยิ่งถ้าคุณเช็คเงื่อนไขกรมธรรม์ชัดเจนว่าไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) คุณก็แค่นั่งรอสวยๆ หล่อๆ อยู่ที่บ้าน รอรับรถที่ซ่อมเสร็จ ล้างทำความสะอาดเรียบร้อย พร้อมขับโชว์ตัวอีกครั้งได้เลย มันคุ้มค่ามากใช่ไหมครับกับการที่เราลงทุนทำ ประกันชั้น 1 ไว้
เพื่อความรวดเร็ว มาดูขั้นตอนการนำรถเข้าซ่อมกันครับ
- เลือกอู่/ศูนย์บริการ เช็ครายชื่ออู่ในเครือจากเว็บไซต์ประกันหรือแอปฯ โทรนัดคิวล่วงหน้าจะดีที่สุดครับ
- ยื่นเอกสารให้ครบในวันนัด นำรถไปพร้อมกับ
- 1.ใบเคลมตัวจริง
- 2.สำเนาใบขับขี่
- 3.สำเนาทะเบียนรถ
- 4.สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนากรมธรรม์พร้อมรับรองสำเนาให้เรียบร้อย
- อย่าลืมขอ “ใบรับรถ” ที่ระบุรายการทรัพย์สินและระดับน้ำมันไว้เป็นหลักฐาน
- เมื่อซ่อมเสร็จ ให้ตรวจสอบสีรถกลางแดด ดูร่องไฟ ร่องกันชนว่าแนบสนิทไหม ถ้าเรียบร้อยแล้วก็เซ็นรับรถขับกลับบ้านได้เลย
เรื่องซ่อมเรื่องใหญ่ แต่จัดการได้ไม่ยากถ้าคุณรู้ขั้นตอนครับ ขับขี่ปลอดภัยและให้ประกันชั้น 1 ดูแลคุณนะครับ